สวดมนต์ถวายพระพรแด่ในหลวง

สวดมนต์ถวายพระพรแด่ในหลวง

 

สวดมนต์ถวายพระพรแด่ในหลวง

 

“…ข้าพเจ้าเชื่อในสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เชื่อในพลานุภาพของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ในสมัยพระสัมมาสัมพุทธเจ้าของพวกเรา แม้แต่ท่านป่วยท่านก็จะให้คนมาสวดบทที่เรียกว่า โพชฌังคปริตร ถวาย และพระโมคคัลลา พระมหากัสสปะป่วย พระพุทธเจ้าก็ทรงกล่าวโพชฌังคปริตรพระราชทาน เพราะฉะนั้น โพชฌังคปริตร จึงถือว่าเป็นบทที่ทำให้คนหายป่วย หายไข้ แล้วก็ไม่ได้ยาวเหยียดจนกระทั่งทุกท่านต้องมานั่งทนสวดหรืออะไร อย่างมากก็ใช้เพียง 5 นาที ก็จบโพชฌังคปริตรแล้ว…เนื่องจากตัวข้าพเจ้าคิดว่าตัวข้าพเจ้าต่ำต้อยกว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว การให้พรท่านจึงต้องอ้างอิงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ คือ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เพราะฉะนั้น ข้าพเจ้าถึงให้ขึ้นต้นด้วย

นะโมตัสสะ 3 เที่ยว และจึงใช้คำว่า

พุทธัง อาราธนัง กะโรมิ

ธัมมัง อาราธนัง กะโรมิ

สังฆัง อาราธนัง กะโรมิ

พอแค่นี้แล้วถึงขึ้นโพชฌังคฯ ต่อไป…ขอให้ทุกคนนึกถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในขณะที่กำลังสวด ว่าสวดถวายเพื่อให้ทรงหายจากโรคภัยไข้เจ็บ เพื่อทรงอยู่เป็นมิ่งขวัญของพวกเราชาวไทยอีกนานๆ…”

(ความตอนหนึ่งในพระดำรัส สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เมื่อครั้งเสด็จไปทรงเยี่ยมการปฏิบัติงานของหน่วยแพทย์เคลื่อนที่มูลนิธิแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ประจำจังหวัดฉะเชิงเทรา วันที่ 14 กันยายน 2558)

* * * * * * * * * * * * * * * * * *

ตั้ง นะโมตัสสะ 3 จบ

พุทธัง อาราธนัง กะโรมิ

ธัมมัง อาราธนัง กะโรมิ

สังฆัง อาราธนัง กะโรมิ

โพชฌังคปริตร
โพชฌังโค สะติสังขาโต ธัมมานัง วิจะโย ตะถา
วิริยัมปีติปัสสัทธิ- โพชฌังคา จะ ตะถาปะเร
สะมาธุเปกขะโพชฌังคา สัตเตเต สัพพะทัสสินา
มุนินา สัมมะทักขาตา ภาวิตา พะหุลีกะตา
สังวัตตันติ อะภิญญายะ นิพพานายะ จะ โพธิยา
เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ โสตถิ เต โหตุ สัพพะทาฯ
เอกัสมิง สะมะเย นาโถ โมคคัลลานัญจะ กัสสะปัง
คิลาเน ทุกขิเต ทิสวา โพชฌังเค สัตตะ เทสะยิ
เต จะ ตัง อะภินันทิตา โรคา มุจจิงสุ ตังขะเณ
เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ โสตถิ เต โหตุ สัพพะทาฯ
เอกะทา ธัมมะราชาปิ เคลัญเญนาภิปีฬิโต
จุนทัตเถเรนะ ตัญเญวะ ภะณาเปตวานะ สาทะรัง
สัมโมทิตวา จะ อาพาธา ตัมหา วุฏฐาสิ ฐานะโส
เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ โสตถิ เต โหตุ สัพพะทาฯ

ปะหีนา เต จะ อาพาธา ติณณันนัมปิ มะเหสินัง
มัคคาหะตะกิเลสา วะ ปัตตานุปปัตติธัมมะตัง
เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ โสตถิ เต โหตุ สัพพะทาฯ

คำแปล
โพชฌงค์ 7 ประการ คือ สติสัมโพชฌงค์ ธรรมวิจยะสัมโพชฌงค์ วิริยะสัมโพชฌงค์ ปีติสัมโพชฌงค์ ปัสสัทธิสัมโพชฌงค์ สมาธิสัมโพชฌงค์ และอุเบกขาสัมโพชฌงค์ 7 ประการเหล่านี้ เป็นธรรมอันพระมุนีเจ้า ผู้ทรงเห็นธรรมทั้งปวงตรัสไว้ชอบแล้ว อันบุคคลเจริญแล้วกระทำให้มากแล้ว ย่อมเป็นไปเพื่อความรู้ยิ่ง เพื่อความตรัสรู้ และเพื่อนิพพาน
ด้วยการกล่าวคำสัตย์นี้ ขอความสวัสดี จงบังเกิดมีแก่ท่าน ตลอดกาลทุกเมื่อ ในสมัยหนึ่ง พระโลกนาถเจ้า ทอดพระเนตรเห็นพระโมคคัลลานะ และพระมหากัสสปะเป็นไข้ ได้รับความลำบาก จึงทรงแสดงโพชฌงค์ 7 ประการ ให้ท่านทั้งสองฟัง ท่านทั้งสองนั้น ชื่นชมยินดียิ่ง ซึ่งโพชฌงคธรรม โรคก็หายได้ในบัดดล
ด้วยการกล่าวคำสัตย์นี้ ขอความสวัสดี จงบังเกิดมีแก่ท่าน ตลอดกาลทุกเมื่อ ในครั้งหนึ่ง องค์พระธรรมราชาเอง (พระพุทธเจ้า) ทรงประชวรเป็นไข้หนัก รับสั่งให้พระจุนทะเถระ กล่าวโพชฌงค์นั้นนั่นแลถวายโดยเคารพ ก็ทรงบันเทิงพระหฤทัย หายจากพระประชวรนั้นได้โดยพลัน
ด้วยการกล่าวคำสัตย์นี้ ขอความสวัสดี จงบังเกิดมีแก่ท่าน ตลอดกาลทุกเมื่อ ก็อาพาธทั้งหลายนั้น ของพระผู้ทรงคุณอันยิ่งใหญ่ทั้ง 3 องค์นั้น หายแล้วไม่กลับเป็นอีก ดุจดังกิเลส ถูกอริยมรรคกำจัดเสียแล้ว ถึงซึ่งความไม่เกิดอีกเป็นธรรมดา ด้วยการกล่าวคำสัตย์นี้ ขอความสวัสดี จงบังเกิดมีแก่ท่าน ตลอดกาลทุกเมื่อเทอญฯ

 

แบ่งปันสิ่งนี้: "ร่วมสร้างสรรค์สังคมให้น่าอยู่ สังคมแห่งการแบ่งปัน"

Post Author: rmb_ad